*หัดอ่านบ้าง สมาชิกที่มาโปรโมทเว็บ หรือ บริการ กรุณาตั้งกระทู้ให้ถูกหมวดด้วย ไม่ต้องเนียน เว็บบอร์ดมีคนดูแล ห้าม เว็บการพนัน ลบอย่างเดียว



แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - CoolhostPlus

หน้า: 1 ... 5 6 [7]
91
โปรแกรมทำเว็บ Macromedia Dreamweaver 8 [ Full ]


โหลดอันไหนก็ได้ Macromedia Dreamweaver 8

ลิ้งที่ 1 http://dl-4.one2up.com/onetwo/content/2013/6/24/2e88d10a7d9a8662be57ca4d348df08e.rar
ลิ้งที่ 2 http://dl-17.one2up.com/onetwo/content/2013/5/13/a23270d4528cd5e442e97dc4f883213b.rar
ลิ้งที่ 3 http://dl-17.one2up.com/onetwo/content/2013/8/4/4a2313ffda42998d85ae3b8c559745f4.rar
ลิ้งที่ 4 http://dl-12.one2up.com/onetwo/content/2013/1/7/572585644fb044798934c14427ac1be2.rar

ลิ้งสำรอง : https://openload.co/f/wgEGQZPKbJ0/DW.zip  pass : musichost

เลือกโหลดเอาเลย  :D


92
นำโค้ดไปใส่ตรงระหว่าง

<body>
</body>

หรือ ครงอื่น ๆ ที่ต้องการให้แสดง ...


โค๊ด: [Select]
<SCRIPT LANGUAGE="JavaScript">
// create a new Date object then get the current time
var start = new Date();
var startsec = start.getTime();

// run a loop counting up to 250,000
var num = 0;
for( var i = 0; i < 250000; i++ )

var stop  = new Date();
var stopsec = stop.getTime();

var loadtime = ( stopsec - startsec ) / 1000;

            </script>
              <SCRIPT>
 document.write("หน้านี้ใช้เวลาโหลด " +loadtime+ " วินาที");
            </SCRIPT>

93
ห้องแจก CMS & Free Script / โค้ด POPUP-facebook-likebox
« เมื่อ: กันยายน 28, 2014, 16:57:02 »
โค้ด POPUP-facebook-likebox


นำโค้ดไปวางในตำแน่ง <head> </head> ของเว็บได้เลย


โค๊ด: [Select]
<link type="text/css" rel="stylesheet" href="http://pongpat.janthai.com/fb-traffic-pop.css">
<script type="text/javascript" src="http://pongpat.janthai.com/jquery.js"></script>
<script type="text/javascript" src="http://connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"></script>
<script type="text/javascript" src="http://pongpat.janthai.com/fb-traffic-pop.js"></script>
<script language="javascript">
jQuery(document).ready(function() {
jQuery().facebookTrafficPop({
'timeout':'30',
'title':'มาเป็นแฟนเค้าเหอะ !',
'message':'กรุณาคลิกปุ่ม Like ก่อนเข้าเว็บ ขอบคุณค่ะ',
'url':'http://www.facebook.com/SvMusicHosting',
'lang':'en',
'wait':'2',
'opacity':'0.60',
'advancedClose':false,
'closeable':false,
'showfaces':true });
});
</script>


โค๊ด: [Select]
<div id="fbtpdiv"></div>
แล้วก็ใส่ แบบนี้ หลัง body
ปรับเวลาตรง timeout

อย่าลืมเปลี่ยนลิ้งเป็นของแฟนเพจขอท่านด้วยนะคับ


94
Dump DB ได้ง่ายๆ ด้วย BigDump
BigDump Tool ตัวนี้ สำหรับคนที่ต้องการย้าย หรือ อัพ Database ขนาดใหญ่ๆ ขึ้นไปยัง Server น่ะครับ(DB เล็กๆก็ใช้ได้นะ) แต่ Tool มาตรฐานอย่าง PhpMyAdmin ช่วยไม่ได้ เพราะมันใหญ่เกิน(หรือใช้ไม่เป็น) Tool ตัวนี้เป็นของนาย Alexey Ozerov เขียนด้วย PHP แล้วก็เป็น GNU License ครับ

เริ่มกันเลยครับผม

1.Download Script มาก่อนครับ http://www.ozerov.de/bigdump.php
2.แตกไฟล์ zip ออกมาจะได้ไฟล์ bigdump.php นะครับ
3.จัดการ config ด้วย text editer ที่ถนัดตามนี้ครับ
โค๊ด:

// Database configuration
$db_server   = ‘localhost’; <-- ตั้งค่า DB ตาม Server ของคุณนะครับ
$db_name     = ‘’;
$db_username = ‘’;
$db_password = ‘’;

// Other Settings

$filename        = ‘’;     <-- ชื่อ file sql ที่ต้องการจะ dump ครับ

4.เสร็จแล้วก็ upload ขึ้น server ไปพร้อมกับไฟล์ SQL ได้เลยครับ แล้วก็เรียก http://www.yourdomain.com/bigdump.php
กด Start Import เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ


95
ก่อนจะจดโดเมนเนมนั้น คิดให้ดีเสียก่อน เพราะคุณอาจได้โดเมนเนมขยะที่ไม่
สามารถทำอะไรได้เลยมาครอบครองแม้ว่าจะชื่อสวย จำง่ายเพียงใดก็ตาม


โดเมนเนมขยะที่ว่านี้ก็คือ “โดเมนเนมโดนแบน” นั่นเองค่ะ แบนจากอะไร? แบนจาก Google
คือโดเมนนั้นจะไม่ปรากฏบน Google อีกต่อไป แม้ว่าจะเอามาทำเว็บไซต์สวยงามแค่ไหน
เว็บของคุณก็ไม่อาจถูกค้นหาเจอจาก Google ค่ะ นี่คือเหตุผลที่หลายๆคนไม่ต้องการโดเมนเนมที่โดนแบนแล้ว
วิธีการเช็คโดเมนเนมนั้น เป้นเรื่องที่ง่ายอต่ก็อาจไม่ชัวล์เสมอไป เพราะใช่ว่าจดไปแล้วจะไม่โดนแบนทีหลังนะคะ
เอาล่ะ พูดมาเยอะแล้ว เรามาดูวิธีตรวจสอบโดเมนนเมกันดีกว่า

เตรียมโดเมนเนมของคุณเอาไว้ จากนั้นเข้าไปที่เว็บไซต์ดังนี้

http://Seomastering.com
http://Iwebtool.com
http://Isbanned.com
http://OnlineAlley.com
http://BannedCheck.com
http://SelfSeo.com

เว็บไหนก็ได้ค่ะ หรือจะเข้าทุกเว็บเลยก็ได้ นำชื่อโดเมนของเราไปตรวจสอบได้ที่เว็บเหล่านี้ได้เลย

ตัวอย่างโดเมนที่ไม่โดนแบน แม้ว่าวิธีการเช็คนี้จะไม่สามารถเช็คได้ละเอียด ถูกต้อง 100%
แต่ก็สามารถตรวจสอบได้ในระดับนึงนะคะ ลองเอาไปเช็คโดเมนก่อนจดได้


ที่มาบทความ blog555.net

96
WAMP คือ ชุดของ software ที่ประกอบด้วย Windows, Apache, MySQL และ PHP(หรือ จะเป็น Perl, Python) อาจจะเรียกว่า WAMP stack หรือ WAMP Suite เป็น software ที่ช่วยในการลง Apache, MySQL และ PHP บนระบบปฏิบัติการ Windows
(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

      - Windows XP หรือสูงกว่า
      - Apache 2.2.11
      - MySQL 5.1.36
      - PHP 5.3.0

      จากข้อความด้านบนท่านคงนึกออกถึงที่มาของ WAMP นะครับ เป็นโปรแกรมสำหรับจำลองเครื่องเป็น Server ส่วนตัว เพื่อรันสคริปที่ต้องใช้การประมวลผลฝั่ง Server ท่านอาจจะคุ้นเคยกับโปรแกรมประเภทนี้มาบ้างแล้ว แต่โปรแกรมนี้แนะนำครับสำหรับคนทำเว็บที่เป็นผู้เริ่มต้น เพราะเป็นโปรแกรมที่เสถียรไม่มีปัญหาในการตั้งค่าเหมาะมากครับสำหรับมือใหม่ มาเริ่มกันเลยนะครับ



เริ่มต้นก็ต้องไป ดาวน์โหลด โปรแกรมมาก่อนครับ

      ติดตั้ง:
      ดาวน์โหลดมาแล้วจะได้ตัวโปรแกรมเป็นไฟล์ .exe หน้าตาแบบนี้ครับ ดับเบิลคลิกเลยครับ เพื่อเริ่มการติดตั้ง

      หน้าต่างแรกของการติดตั้ง ขั้นตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรครับ นั่งมองแล้วก็คลิก Next

      เงื่อนไขของการใช้งานโปรแกรม เราจะใช้ของเขาก็ต้องยอมรับแหละครับ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขก็อดใช้

      เลือก Directory ที่ต้องการติดตั้งครับ ค่าเดิมจะเลือกติดตั้งที่ c:\wamp หากเราจะเปลี่ยนไปติดตั้งที่ Dir อื่นก็เลือกได้จากหน้าต่างนี้เลย

      เลือกว่าจะสร้างไอค่อนที่ Task bar เป็นทางลัดเข้าสู่โปรแกรม หรือสร้างไอค่อนไว้หน้า Desktop หรือไม่หากเราไม่ต้องการก็ไม่ต้องเลือกอะไร ก็ยังสามารถเข้าได้ทาง All Program

      เล็งเมาส์ให้ตรงแล้วคลิก Install ก็เป็นอันว่าติดตั้ง

      ใจเย็นๆ รอสักครู่กำลังติดตั้งอยู่นะ

      พบเบราว์เซอร์ที่ดีทีสุดในคอมพิวเตอร์ของคุณคือ Firefox จะกำหนดเป็นค่าเริ่มต้นในการเปิดใช้งานโปรแกรม WAMP หรือไม่ ก็ตอบตกลงไปครับ หรือหากท่านไม่ได้ติดตั้ง Firefox แต่เป็น IE, Safari, Chrome หรืออื่นๆ ถ้ามันถามมาก็ตกลงไปตามนั้นครับ

      ใส่ชื่อโฮสต์ครับ เราต้องการให้เป็นอะไรก็ได้ แต่ค่าเริ่มต้นของโปรแกรมเป็น localhost ผมก็เอาตามนี้เลย เพราะมันสื่อสารตรงตัวอยู่แล้ว ในส่วนของอีเมล จะใช้ของจริงหรือของหลอกก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ต้องมี .com เท่านั้นถึงจะผ่าน

ก็เป็นอันเสร็จฉันแล้วนะเธอว์..

      ปรับแต่ง:
      หากเราเลือก Launch Wamp Server 2 now โปรแกรมก็จะรันขึ้นมาทันทีครับโดยจะปรากฏไอค่อนอยู่ที่ System Tray เราก็คลิกที่ไอค่อน Wamp -->> phpMyAdmin เพื่อเข้าในจัดการกับบัญชีผู้ใช้ phpMyAdmin

      มีคำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยเล็กน้อยครับ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะคงไม่มีใครพิเรนเข้ามาก้าวก่ายกับเครื่องของเราหรอก ที่สำคัญที่เราจะต้องสร้างผู้ใช้ใหม่ก็เพราะว่าเราจะต้องเอาชื่อ และรหัสผ่านของผู้ใช้งานฐานข้อมูลไปใส่ในตอนติดตั้ง Web Applications ต่างๆ ค่าเดิมของโปรแกรมชื่อผู้ใช้คือ root รหัสผ่านว่างเปล่า ซึ่งตอนเราติดตั้ง Web Applications แน่นอนว่าเราใส่ชื่อ root ได้ แต่ปล่อยรหัสผ่านว่างเปล่าไม่ได้ เราก็ต้องสร้างผู้ใช้ใหม่ขั้นตอนตามในรูปเลยครับ

      คลิกเพิ่มผู้ใช้ใหม่ครับ

    ชื่อผู้ใช้: เป็นชื่อที่เรากำหนดเองครับ
    โฮสต์: ให้เหมือนกับตอนติดตั้ง ค่าเดิมคือ localhost (แนะนำ)
    รหัสผ่าน: กำหนดเอง
    สิทธิแบบโกลบอล: เลือกทั้งหมด

      เสร็จแล้วคลิก -->> ลงมือ

      ขั้นตอนนี้แก้ไขค่า Config นิดหน่อยครับ โดยค่าที่แก้ก็คือค่าที่เราสร้างผู้ใช้ใหม่นั่นแหละครับ ในที่นี้ผมติดตั้ง Wamp ไว้ใน Dir C: ก็เข้าไปตามนี้ครับ C:\wamp\apps\phpmyadmin3.2.0.1\config.inc.php ตัวเลขหลัง phpmyadmin อาจเปลี่ยนแปลงนะครับในอนาคต เพราะนี่เป็นรุ่นปัจจุบัน ณ วันที่เขียนบทความนี้

      2 บรรทัดที่มาร์คไว้ให้ใส่ชื่อ และรหัสผ่าน ของเราตามที่เราได้กำหนดไว้ใน "เพิ่มผู้ใช้ใหม่" เลยครับ

      ขั้นตอนนี้ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ถ้าจะทำก็เป็นกรณีที่เราต้องการใช้งาน rewrite url ก็เข้าไปที่ C:\wamp\bin\apache\Apache2.2.11\conf\httpd.conf แล้วก็แข้ไขตามรูปเลย หรือหากท่านรู้จักตัวแปรตัวใหนต้องการใช้งานก็แค่ลบ # ด้านหน้าออก ก็สามารถให้งานตัวแปรนั้นๆ ได้แล้วครับ


      จบการติดตั้งและปรับแต่งเรียบร้อยแล้วครับ ต่อไปก็เป็นการสร้างฐานข้อมูล, ติดตั้ง Web Applications ต่างๆ ได้เลย การสร้างฐานข้อมูลก็เป็นการใช้งาน phpMyAdmin ทั่วๆ ไป ส่วนการติดตั้ง Web Applications ก็ง่ายมากๆ แค่ท่านนำไปไว้ใน C:\wamp\www\ รันโปรแกรม Wamp ขึ้นมา -->> คลิกไอค่อน Wamp ที่ System Tray

      แค่นี้ครับ ตอนนี้สมมุติผมคลิกที่ DexMore มันก็จะไปหน้า install ของ smf ทันทีเลย ง่ายดีใช่มั๋ยครับ ไม่ต้องมานั่งพิมพ์ url http://localhost/DexMore/install.php เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเวลาจะเข้าใช้งานก็ไม่ต้องพิมพ์ url อีก ก็มาเข้าที่เดิมนั่นและครับคราวนี้มันจะพาเราไปหน้าเพจเลย เพราะติดตั้งไว้แล้ว


ที่มา justusers.net

97
CMS / Portals
1.Joomla ตัวยอดนิยมครับ
2.Drupal ตัวนี้น่าลอง
3.PHP-Fusion
4.CMS Made Simple
5.Nuke
6.phpWebSite
7.WordPress หลายๆคนก็รู้จักดี
8.TomatoCMS
9.Agni CMS ขอไทยน่าใช้ http://www.agnicms.org
10.Zimplit
11.xoops

CMS eCommerce
1.OpenCart
2.Zen Cart
3.osCommerce
4.SME shop ของไทย

CMS Forums
1.phpBB
2.SMF
3.PunBB
4.UseBB
5.Discuz ของจีน
6.Phpwind ของจีน
7.xiuno ของจีน


ที่มา os.adminbannok.com/node/54

98
ธีม SMF สีสันสดใส ตัวใหม่ล่าสุด จาก indytheme



Demo: http://www.indytheme.com/candy
Download: http://www.mediafire.com/?10k1146ela1ilki

***ธีมนี้มีไว้แจก นำไปแจกต่อได้ แต่ห้ามนำไปจำหน่ายครับ***


ธีมอีกมากมายที่ indytheme.com

99
ห้องแจก CMS & Free Script / สคริปทำเว็บลงประกาศ
« เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 18:05:31 »
สคริปทำเว็บลงประกาศ



ตัวอย่าง : http://www.claralady.info

อัพเดท : ทดสอบแล้ว และแก้ไขส่วนที่ Error แล้ว (เท่าที่เจอในบางจุด)
เข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://www.claralady.info/post-free-script-2012.zip
ลิ้งสำรอง : https://shared.com/1tataz9zit?s=l


ที่มา thaiseoboard.com


100

EditPlus Editor 3.51 Setup Key Full
โปรแกรมสำหรับแก้ไขโค้ดต่าง ๆ ได้ดีเลย ...


ดาว์นโหลดฟรี  : https://shared.com/mvru7azhqg?s=l



101
โปรแกรม FileZilla Client



เอาไว้ให้ 2 อัน 7 กับ 8

google drive สำหรับเวอร์ชั้นเก่า

FileZilla 3.7 ดาวน์โหลด


FileZilla 3.8 ลิ้งดาวน์โหลด


ลิ้งโหลดตัวล่าสุด  https://filezilla-project.org/download.php


pass : svmusichost.in.th coolhostplus.net

ใช้ได้ทุกระบบ วินโดว์ xp 7 - 8  ( 10 ยังไม่ด้ลอง ) หากลิ้งเสียบอกด้วยนะครับ เดี๋ยวจะอัพให้ใหม่


102
วิธีการติดตั้งโปรแกรม AppServ



เตรียมโปรแกรมเพื่อติดตั้ง
       ดาวน์โหลดโปรแกรม AppServ จากเว็บไซต์ http://www.appservnetwork.com โดยเลือกเวอร์ชั่นที่ต้องการติดตั้งระหว่างเวอร์ชั่น 2.4.x และ 2.5.x
โดยความแตกต่างของ 2 เวอร์ชั่นนี้คือ
          2.4.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ที่มีความเสถียรเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงของระบบ
                  โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะใช้ฟังก์ชั่นใหม่
          2.5.x คือเวอร์ชั่นที่นำ Package ใหม่ๆ นำมาใช้งานโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการระบบใหม่ๆ
                  หรือต้องการทดสอบ ทดลองใช้งานฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้ความเสถียรของระบบได้ 100%
                  เนื่องจากว่า Package จากนักพัฒนานั้น ยังอยู่ในช่วงของขั้นทดสอบ ทดลองเพื่อหาข้อผิดพลาดอยู่

ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ

       1. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ appserv-win32-x.x.x.exe เพื่อทำการติดตั้ง จะปรากฏหน้าจอตามรูปที่ 1


รูปที่ 1 ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       2. เข้าสู่ขั้นตอนเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม โดยโปรแกรม AppServ ได้แจกจ่ายในรูปแบบ GNU License หากผู้ติดตั้ง
           อ่านเงื่อนไขต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว หากยอมรับเงื่อนไขให้กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้งในขั้นต่อไป แต่หากว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข
           ให้กด Cancel เพื่อออกจากการติดตั้งโปรแกรม AppServ ดังรูปตัวอย่างที่ 2


รูปที่ 2 แสดงรายละเอียดเงื่อนไขการ GNU License

       3. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกปลายทางที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นปลายทางที่ติดตั้งจะเป็น C:AppServ
           หากต้องการเปลี่ยนปลายทางที่ติดตั้ง ให้กด Browse แล้วเลือกปลายทางที่ต้องการ ตามรูปที่ 3 เมื่อเลือกปลายทางเสร็จสิ้น
           ให้กดปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งขั้นต่อไป


 รูปที่ 3 เลือกปลายทางการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       4. เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นนั้นจะให้เลือกลงทุก Package แต่หากว่าผู้ใช้งาน
           ต้องการเลือกลงเฉพาะบาง Package ก็สามารถเลือกตามข้อที่ต้องการออก โดยรายละเอียดแต่ละ Package มีดังนี้
                 - Apache HTTP Server คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Web Server
                 - MySQL Database คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Database Server
                 - PHP Hypertext Preprocessor คือ โปรแกรมที่ทำหน้าประมวลผลการทำงานของภาษา PHP
                 - phpMyAdmin คือ โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์
           เมื่อทำการเลือก Package ตามรูปที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ให้กด Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งต่อไป



                                        รูปที่ 4 เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง

       5. กำหนดค่าคอนฟิกของ Apache Web Server มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 5 คือ
                 Server Name   คือช่องสำหรับป้อนข้อมูลชื่อ Web Server ของท่านเช่น www.appservnetwork.com
                 Admin Email    คือช่องสำหรับป้อนข้อมูล อีเมล์ผู้ดูแลระบบ เช่น root@appservnetwork.com
                 HTTP Port       คือช่องสำหรับระบุ Port ที่จะเรียกใช้งาน Apache Web Server โดยทั่วไปแล้ว Protocol
                                      HTTP นั้นจะมีค่าหลักคือ 80 หากว่าท่านต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ Port 80 ก็สามารถแก้ไขได้
                                      หากมีการเปลี่ยนแปลง Port การเข้าใช้งาน Web Server แล้ว ทุกครั้งที่เรียกใช้งานเว็บไซต์
                                      จำเป็นที่ต้องระบุหมายเลข Port ด้วย เช่น หากเลือกใช้ Port 99 ในการเข้าเว็บไซต์ทุกครั้งต้องใช้
                                      http://www.appservnetwork.com:99 จึงจะสามารถเข้าใช้งานได้


รูปที่ 5 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกค่า Apache Web Server

       6. กำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 6 คือ
                 Root Password        คือช่องสำหรับป้อน รหัสผ่านการเข้าใช้งานฐานข้อมูลของ Root หรือผู้ดูแลระบบ
                                             ทุกครั้งที่เข้าใช้งานฐานข้อมูลในลักษณะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ให้ระบุ user คือ root
                 Character Sets        ใช้ในการกำหนดค่าระบบภาษาที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล, เรียงลำดับฐานข้อมูล,
                                             Import ฐานข้อมูล, Export ฐานข้อมูล, ติดต่อฐานข้อมูล
                 Old Password          หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน PHP กับ MySQL API เวอร์ชั่นเก่า
                                             โดยเจอ Error Client does not support authentication protocol requested by server;
                                                             consider upgrading MySQL client
                                             ให้เลือกในส่วนของ Old Password เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้
                 Enable InnoDB        หากท่านต้องการใช้งานฐานข้อมูลในรูปแบบ InnoDB ให้เลือกในส่วนนี้ด้วย


 รูปที่ 6 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database

       7. สิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ สำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้จะมีให้เลือกว่าต้องการสั่งให้มีการรัน Apache และ MySQL
           ทันทีหรือไม่ จากนั้นกดปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม AppServ


  รูปที่ 7 แสดงหน้าจอขั้นตอนสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม AppServ

บทความโดย : ภาณุพงศ์ ปัญญาดี
ที่มา appservnetwork.com


103
ห้องแจก CMS & Free Script / แจกสคริปหาเพื่อน LINE
« เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 02:13:12 »
แจกสคริปหาเพื่อน LINE


วิธีใช้งาน
แก้ไข รหัสดาต้าเบส ที่ไฟล์
โค๊ด: [Select]
config.ini
Import ไฟล์ sql
โค๊ด: [Select]
friend_list.sql

ดาวน์โหลด

104
แจกสคริป สร้างเว็บขายพระ



ดูตัวอย่างเว็บ

ดาวน์โหลด
http://www.uploadmass.com/?352c7b747b

พาสแตกไฟล์ : thaizaamusic.com

105
แจกสคริป ปิดปรับปรุงเว็บแบบนับเวลาถอยหลังว่าเหลืออีกกี่วัน


วิธีตั้งเวลา ว่าจะกำหนดกี่วันถึงจะแล้วเสร็จ เข้าที่ไฟล์ resources/js/main.js

โค๊ด: [Select]
/* EDIT BELOW */
var launchDate = new Date("May 13, 2014 10:00:00");
var procentageDone = 80;
var headerColor = 'yellow';
var progressFillColor = 'green';

คือ new Date("May 13, 2014 10:00:00"); ปรับเดือน วัน ปี เวลา ที่ต้องการนับถอยหลังตามระยะเวลาที่จะแล้วเสร็จ
var procentageDone = 80; คือ 80% แถบดาวน์โหลด จะบอกสถานะว่า เว็บคุณได้ทำการปรับปรุงถึง 80% แล้วนะ
var headerColor = 'yellow'; คือ เปลี่ยนสี BG HEADER เป็นสี น้ำเงิน หรือ แดง หรือ
อะไรก็แล้วแต่ตามแม่สี  ['green', 'blue', 'yellow', 'purple', 'red', 'gray']
var progressFillColor = 'green'; สีแถบดาวน์โหลด ตามแม่สีที่กำหนดให้ข้อบนครับ

วิธีเปลี่ยนสีธีม เข้าที่ไฟล์ resources/js/functions.js

โค๊ด: [Select]
function setHeaderColor(color) {

color = color.toLowerCase();

if(typeof color === "undefined") {
color = 'yellow';
}

if(color in objectConverter(['green', 'blue', 'yellow', 'purple', 'red', 'gray'])) {

$('.header').attr('class', 'header').addClass(color);

}

ตรงช่อง color = 'yellow';
คือ สีทีมของเว็บครับ จะเปลี่ยนจากสีเหลือง เป็นสีน้ำเงิน เท่ๆก็ได้ครับ สวยดี แล้วแต่คนชอบ


วิธีเปลี่ยนสีแถบดาวน์โหลด เข้าที่ไฟล์ resources/js/functions.js

โค๊ด: [Select]
function setProgressFillColor(color) {

color = color.toLowerCase();

if(typeof color === "undefined") {
color = 'green';
}

if(color in objectConverter(['green', 'blue', 'yellow', 'purple', 'red', 'gray'])) {

$('.progressBarFill').attr('class', 'progressBarFill clear').addClass(color);

}

}

คือ จากเดิมนะครับ color = 'green'; จะเป็นแถบดาวน์โหลดสีเขียว
เปลี่ยนเป็นสีอื่นได้ครับ 'green', 'blue', 'yellow', 'purple', 'red', 'gray' ตามนี้เลย

:: ปล.สคริปเป็น .js นะครับให้แก้วันและเวลาเอาเองนะครับ

ลิ้งดาวน์โหลด : https://shared.com/xy5e9vhd2f?s=di

หน้า: 1 ... 5 6 [7]